ภารกิจ>>งานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ัติดยาเสพติด>>การตรวจพิสูจน์>>ความหมาย



ความหมายของการตรวจพิสูจน์

          การตรวจพิสูจน์ คือ การแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ทั้งเรื่องประวัติการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และพฤติกรรมการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในระหว่างการตรวจพิสูจน์ หากผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ไม่ได้รับการประกันตัว ก็จะถูกควบคุมตัวระหว่างการตรวจพิสูจน์ กรณีที่เป็นเยาวชนจะถูกส่งตัวไปควบคุมยังสถานที่ควบคุมตัวระหว่างการตรวจพิสูจน์ของเยาวชนซึ่งอยู่ในการดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ส่วนสถานที่ควบคุมตัวระหว่างการตรวจพิสูจน์ของผู้ใหญ่ จะอยู่ภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ ทั้งนี้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ศูนย์บำบัดยาเสพติดในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข  เป็นสถานที่ควบคุมตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ โดยมีความเห็นร่วมกันว่าใช้ควบคุมตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์  ในกรณีใช้สารระเหย/ติดสารระเหย 

         ในระหว่างการควบคุมตัวระหว่างการตรวจพิสูจน์ ผู้ปกครองหรือญาติของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ สามารถยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว  ต่ออนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดประจำพื้นที่ เพื่อให้พิจารณาว่าสมควรปล่อยตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์เป็นการชั่วคราว โดยคณะอนุฯจะพิจารณาจากประวัติภูมิหลัง ประวัติการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในการขอปล่อยชั่วคราวอาจต้องใช้หลักทรัพย์เป็นประกันตามฐานความผิดและประเภทยาเสพติดในวงเงิน ๕,๐๐๐ - ๔๐,๐๐๐ บาท หรือแล้วแต่ดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ และถึงแม้จะได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้ว แต่ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ยังต้องไปพบพนักงานคุมประพฤติเจ้าของสำนวน ตามที่พนักงานคุมประพฤติเจ้าของสำนวนนัดหมาย เพื่อให้ถ้อยคำและตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ หากในระหว่างการตรวจพิสูจน์พบว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์มีคดีอาญาอื่น ๆพนักงานคุมประพฤติจะต้องแจ้งพนักงานสอบสวนให้ไปรับตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ไปดำเนินคดีอาญาตามปกติ ขั้นตอนในการตรวจพิสูจน์จะใช้เวลาระหว่าง ๑๕-๔๕ วัน ตามกฎหมาย

           เมื่อตรวจพิสูจน์เสร็จสิ้น พนักงานเจ้าหน้าที่จะทำรายงานผลการตรวจพิสูจน์เสนอให้คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดประจำพื้นที่ พิจารณาพบว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด/ผู้ติดยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.๒๕๔๕ คณะอนุกรรมการจะมีคำวินิจฉัยให้ส่งตัวคืนพนักงานสอบสวนเพื่อกลับไปดำเนินคดีอาญาตามขั้นตอนปกติ แต่ถ้าเป็นผู้เสพยาเสพติด/ผู้ติดยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.๒๕๔๕ คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดประจำพื้นที่จะวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์รายนั้นควรเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในโปรแกรมการฟื้นฟูฯที่เหมาะสมต่อไป