ภารกิจ>>งานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ัติดยาเสพติด>>ความเป็นมา



การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.๒๕๔๕

ก่อนที่พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.๒๕๔๕ จะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๔๖ ผู้เสพยาเสพติดและที่ผู้ติดยาเสพติด ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติจะได้รับการพิพากษาจากศาลยุติธรรมซึ่งมีบทลงโทษ จำคุก หรือ รอลงอาญา หรือปรับ ทำให้มีประวัติการกระทำความผิดทางอาญา ต่อมารัฐบาลมีนโยบายว่า ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดเป็นผู้ป่วย ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล รักษา บำบัดฟื้นฟูฯอย่างถูกต้องเหมาะสมแทนการลงโทษทางอาญา จึงตราพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.๒๕๔๕  ออกใช้โดยมีข้อดีคือ ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดจะได้รับการดูแล บำบัดฟื้นฟูฯในฐานะผู้ป่วยในระหว่างการบำบัดฟื้นฟูฯโดยพนักงานอัยการจะชะลอฟ้องคดีไว้ก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความผิดได้รับโอกาสเข้าบำบัดฟื้นฟูก่อน  และเมื่อผ่านการบำบัดฟื้นฟูฯแล้ว ผลการบำบัดฟื้นฟูฯ เป็นที่พอใจจากคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ก็จะไม่ถูกดำเนินคดีในทางอาญาและพ้นสภาพผู้กระทำผิด ไม่มีคดีอาญาติดตัว สามารถไปศึกษาต่อหรือทำงานได้เช่นคนปกติทั่วไป

เมื่อผู้เสพยาเสพติดถูกจับกุมดำเนินคดี ใน ๔ ฐานความผิด ดังนี้

๑.  เสพยาเสพติด

๒.  เสพและมีไว้ในครอบครอง

๓.  เสพและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

๔.  เสพและจำหน่าย

โดยที่ปริมาณยาเสพติดที่มีอยู่ในความครอบครอง ไม่เกินปริมาณตามที่กฎกระทรวงกำหนด หรือไม่เกิน ๕ หน่วยการใช้ เช่นกรณียาบ้า ต้องไม่เกิน ๕ เม็ด

เมื่อเป็นผู้ต้องหาตาม ๔ ฐานความผิดข้างต้น  พนักงานสอบสวนจะส่งต่อไปยังศาล หากเป็นบุคคล อายุเกิน ๑๘ ปี ต้องส่งตัวภายใน ๔๘ ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นเยาวชน อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ต้องส่งตัวภายใน ๒๔ ชั่วโมง เมื่อศาลจะพิจารณาว่าเป็นการกระทำผิดในฐานความผิดทั้ง ๔ และเป็นผู้ต้องหาอยู่ในระหว่างจับกุมหรือพิจารณาดำเนินคดีอื่นหรือไม่ หากศาลพิจารณาเห็นว่าไม่ใช่การกระทำผิดใน ๔ ฐานความผิดข้างต้น หรือมีคดีอาญาอื่น ๆ ศาลจะดำเนินการตามกระบวนการทางอาญาตามปกติเดิม แต่ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความผิดอยู่ในฐานความผิดทั้ง ๔ ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.๒๕๔๕ และไม่มีคดีอาญาอื่น ๆ ศาลจะสั่งให้คณะอนุกรรมการฟื้นฟูฯ พนักงานคุมประพฤติตรวจพิสูจน์ ซึ่งในขั้นตอนนี้ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะถูกเรียกว่า “ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์”