เกี่ยวกับเรา>>แนะนำกรม>>นโยบายอธิบดี>>นโยบายด้านการบริหารงาน



นโยบายของกรมคุมประพฤติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560

       1) สร้างระบบให้ประเทศ  เป็นการสร้างระบบการคุมประพฤติและระบบการฟื้นฟูเยียวยาผู้ติดยาเสพติดของประเทศโดยให้เห็นผลชัดเจนเกิด Impact ทั้งประเทศ มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี

      2) เขตปลอดทุจริต  ถือเป็นนโยบายของกระทรวงยุติธรรม เรื่อง “การทุจริตคิดมิชอบ” งานคุมประพฤติมีความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่อาจเกิดการทุจริต  เนื่องจากในบางกระบวนงานมีให้คุณให้โทษแก่ผู้อื่นได้  การทำงานจะต้องมีความเป็นมืออาชีพในการแก้ฟื้นฟู ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายของกรมให้เป็นคนดีเพื่อคืนสู่สังคม ทั้งนี้การเป็นมืออาชีพต้องแม่นยำตรงไปตรงมาเน้นคุณธรรม จริยธรรม  อย่าทุจริตต่อหน้าที่  จงคืนคนดีสู่สังคม  มิใช่คืนคนเดิมหรือคนที่แย่กว่าเดิมสู่สังคม อันจะนำไปสู่การกระทำผิดซ้ำ

     3) คิดแบบใหม่  การทำงานแบบเดิมๆ ทำให้ถูกมองว่าไม่ประสบความสำเร็จจึงต้องคิดใหม่ คิดนอกกรอบเพื่อปรับเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ และสร้างความเชื่อมั่นต่อศาล และกระบวนการยุติธรรม หากติดขัดเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบให้แก้ไข

     4) ใช้เทคโนฯโดยมีเป้าหมายการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศว่าทำอย่างไรจึงจะควบคุม (Monitor) ผู้ที่อยู่ในความดูแลได้ และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเช่น เครื่องมือควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (EM) การรายงานตัวทางโทรศัพท์ หรือการมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ต้องยึดติดกับกฎระเบียบนัก แต่ต้องไม่ทุจริต เป็นต้น

     5) โชว์สถิติต้องแสดงข้อมูลที่เห็นถึงความสำเร็จของงานและตรวจสอบกระบวนการทำงานลงถึงระดับหน่วยงานหรือตัวบุคคล รวมทั้งสถิติที่ผู้บริหารใช้ในการบริหาร เช่นข้อมูลที่ศาลส่งมาที่กรมฯมีเท่าไหร่ กรมฯได้ดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายได้หมดหรือไม่ ทันเวลาที่ศาลกำหนดไหม และที่ทำเสร็จตามกำหนดเวลามีคุณภาพ แค่ไหน ในส่วนของข้อมูลที่ผิดเงื่อนไข ต้องศึกษาดูว่ากลุ่มนี้กระทำผิดซ้ำเท่าไหร่  ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นตัวชี้วัดคุณภาพงานของกรมฯ

   6) ริบูรณาการ  เน้นบรูณาการสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันและกระจายอำนาจ ให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ  เอกชน อาสาสมัครคุมประพฤติ และประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในงานคุมประพฤติ

     7) ประสานจับกุม  ใช้เป็นมาตรการในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ผิดเงื่อนไขที่จะต้องมีการติดตามจับกุมอย่างเด็ดขาดและเสนอศาลรวมถึงจะต้องมีข้อมูลสถิติที่แน่ชัดของผู้กระทำผิดกลุ่มนี้ ขอให้ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติเป็นเสมือนอธิบดีฯน้อยที่ต้องมีการบริหารตัดสินใจมากขึ้น โดยท้ายที่สุดผู้กระทำผิดต้องตระหนัก “ ถ้าไม่มีคุมประพฤติต้องอยู่ในคุก” ทำให้สังคมเกิดความเชื่อถือในงานคุมประพฤติ

 

..............................................................................