เกี่ยวกับเรา>>แนะนำกรม>>นโยบายอธิบดี>>นโยบายด้านการบริหารงาน



นโยบายของกรมคุมประพฤติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561

       นโยบาย   P

            1. Probation คุมประพฤติ

                     เป็นหลักประกันความปลอดภัยของชุมชน และสร้างสมดุลระหว่างการแก้ไขฟื้นฟูและการบังคับใช้กฎหมาย

            2. Professional เป็นมืออาชีพ

                  พัฒนางาน พัฒนาคน ตามมาตรฐานสากล

            3. Proactive ทำงานเชิงรุก

               ร่วมมือกับทุกภาคส่วน เชื่อมโยงยุทธศาสตร์และนโยบายกับพื้นที่ สร้างการรับรู้กับประชาชน

             4. Progressive พัฒนาให้ทันสมัย

                  ใช้เทคโนโลยี และ IT

นโยบายกรมคุมประพฤติ 2561

นโยบายที่ 1 เสริมสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานคุมประพฤติ

  1.1 พัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลและพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ กรมคุมประพฤติต้องมีแผนพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคล และแผนการพัฒนาบุคลากรเพื่อจัดระบบการบริหารบุคคลได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้บริหารต้องแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้ทิศทางการพัฒนาบุคลากรต้องเน้นองค์ความรู้ในเชิงวิชาการ มาตรฐานงาน และมาตรฐานสากล รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะพระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ.2559 นอกจากนี้ ต้องเน้นการพัฒนาทักษะการปฏิบัติงาน และการสร้างทัศนคติที่มีต่อผู้กระทำผิดในเชิงบวกเพื่อการแก้ไขฟื้นฟู รวมทั้ง องค์ความรู้ใหม่ๆ ทั้งด้านเทคโนโลยี ด้านการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ

             1.2 พัฒนางานคุมประพฤติให้ได้มาตรฐานสากล  ผู้บริหารในทุกระดับต้องมีการกำกับการให้บุคลากรดำเนินการตามมาตรฐานแห่งชาติว่าด้วยการปฏิบัติงานของกรมคุมประพฤติ ซึ่งมีความสอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติสำหรับมาตรการไม่ควบคุมตัว (ข้อกำหนดโตเกียว) รวมทั้งกรอบกฎหมายพระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ.2559 ให้ความสำคัญกับการจำแนกผู้กระทำผิดตามระดับความเสี่ยง และตามสภาพปัญหาความต้องการ เพื่อแบ่งกลุ่มผู้กระทำผิดในการกำหนดแผนการคุมความประพฤติและแผนการแก้ไขฟื้นฟูได้อย่างเหมาะสมในแต่ละกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง การใช้เทคโนโลยีมาสนับสนุนการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด เพื่อผลลัพธ์สุดท้ายคือการบรรลุเป้าหมายในการบังคับโทษทางอาญาและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดเพื่อส่งคืนกลับสังคม

              1.3 พัฒนามาตรการในการติดตามประเมินผล บุคลากรทุกระดับต้องให้ความสำคัญในการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นรายหน่วยงานและรายบุคคล โดยใช้ตัวชี้วัดในทุกระดับเป็นเครื่องมือ โดยผลการประเมินจะนำไปใช้เป็นมาตรการผลักดันกระตุ้นเตือนและการสร้างแรงจูงใจ โดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการ และผู้ตรวจราชการกรมจะต้องมีบทบาทในการกำกับในภาพรวมของทุกหน่วยงาน

    1.4 พัฒนาและส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม  ผู้บริหารต้องปลูกฝังให้บุคลากรของกรมคุมประพฤติในทุกระดับตำแหน่งมีความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรมจริยธรรม ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม  รวมทั้งส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเสริมสร้างการจัดสวัสดิการให้กับบุคลากรเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและสร้างความผาสุกให้เกิดขึ้นกับบุคลากรของกรม รวมทั้งต้องมีการติดตามประเมินผล

 

นโยบายที่ 2 การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม

               2.1 พัฒนากลยุทธ์และขับเคลื่อนการบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน กรมคุมประพฤติต้องกำหนดกลไกในการบูรณาการทั้งในระดับนโยบายและในระดับพื้นที่  ตามกรอบของคณะกรรมการคุมประพฤติและคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมระดับจังหวัด (กพยจ.) โดยมีผู้บริหารเป็นผู้กำกับให้บุคลากรมีการปฏิบัติตามกรอบกลไกและติดตามประเมินผลกรอบกลไกดังกล่าว

               2.2 พัฒนาและขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม กรมคุมประพฤติต้องดำเนินการประสานความร่วมมือกับ ภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด สร้างงานสร้างอาชีพ เตรียมความพร้อมผู้กระทำผิดก่อนส่งกลับชุมชน โดยเฉพาะให้ความสำคัญในระดับหมู่บ้านเพื่อเฝ้าระวังติดตามผู้กระทำผิดที่พ้นโทษหรือพ้นการคุมประพฤติ ไม่ให้กลับไปกระทำผิดซ้ำ รวมทั้ง การช่วยเหลือดูแลสงเคราะห์ให้บุคคลเหล่านั้นดำรงตนพึ่งพาตนเองได้ และเป็นคนดีของสังคม

                2.3 การพัฒนาอาสาสมัครคุมประพฤติและเครือข่าย กรมคุมประพฤติต้องพัฒนาความรู้และการปฏิบัติของอาสาสมัครคุมประพฤติ เครือข่ายยุติธรรมชุมชนและเครือข่ายอื่น โดยมีระบบการกำกับดูแลและมอบหมายหรือประสานความร่วมมือให้อาสาสมัครคุมประพฤติ เครือข่ายยุติธรรมชุมชนและเครือข่ายอื่น มีส่วนร่วมและสนันสนุนภารกิจของกรมคุมประพฤติ

 

นโยบายที่ 3 การสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน

               3.1 พัฒนาระบบการสร้างการรับรู้กับประชาชน  ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องต้องมีเป้าหมายในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ รวมทั้งภารกิจของกรมคุมประพฤติในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในทุกกลุ่มเป้าหมาย และการติดตามดูแลผู้กระทำผิดภายหลังปล่อย และดำเนินการสร้างการรับรู้ ให้กับประชาชนชุมชนสังคมมีความมั่นใจว่ากรมคุมประพฤติสามารถดำเนินการกับกลุ่มผู้กระทำผิดได้อย่างมีมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นว่ากลุ่มบุคคลเหล่านั้น เมื่อส่งกลับคืนชุมชนจะไม่สร้างปัญหาเดือดร้อนหรือกลับไปสร้างปัญหาทางอาชญากรรมในพื้นที่ชุมชนสังคม

   3.2 พัฒนาเครื่องมือและระบบการประเมินผล กรมคุมประพฤติต้องพัฒนาเครื่องมือในการสร้างการรับรู้กับประชาชน รวมทั้งมีการประเมินผลการสร้างการรับรู้เพื่อนำมาทบทวนปรับปรุงเครื่องมือให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

นโยบายที่ 4 การบริหารยุทธศาสตร์และการบริหารงบประมาณ

             4.1 การบริหารยุทธศาสตร์ ผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับต้องมีความรู้ความเข้าใจใน นโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงยุติธรรม ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การปฏิรูปประเทศ การปรองดองสมานฉันท์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน วาระ Thailand 4.0  แผนแม่บทกระบวนการยุติธรรมแห่งชาติ ยุทธศาสตร์กระทรวงยุติธรรม ยุทธศาสตร์กรมคุมประพฤติโดยเฉพาะ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ เป้าหมาย กลยุทธ์ ตัวชี้วัด ผลสัมฤทธิ์ของกรมคุมประพฤติ และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง และถ่ายทอดไปยังผู้เกี่ยวข้องทั่วทั้งองค์กรให้ขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมายขององค์กร คือ การคืนคนดีสู่สังคม สังคมมีความเชื่อมั่นจากการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดของกระทรวงยุติธรรมสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับสังคม  นอกจากนี้ต้องให้ความสำคัญและขับเคลื่อนในบทบาทของยุติธรรมจังหวัด ตามที่กระทรวงยุติธรรมมอบหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำให้กระทรวงยุติธรรมเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

               4.2 การบริหารจัดการงบประมาณ ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องต้องมีวินัยในการบริหารการเงินการคลังและงบประมาณและยึดถือกฎหมาย กฎ และระเบียบโดยเคร่งครัด โดยเป้าหมายเพื่อให้บรรลุตามยุทธศาสตร์ นโยบาย วิสัยทัศน์ และผลสัมฤทธิ์ ได้อย่างเป็นรูปธรรม คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล

 

นโยบายที่ 5 การพัฒนาด้านเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศ

               5.1 การพัฒนาและบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลผู้กระทำผิด กรมคุมประพฤติต้องสนับสนุนในการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานอื่น โดยผู้บริหารต้องให้ความสำคัญและกำกับให้มีการสนันสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้เป็นปัจจุบัน เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด โดยเฉพาะการนำเข้าหรือการใช้ข้อมูลในศูนย์ข้อมูล DXC ของกระทรวงยุติธรรม และให้สอดรับกับทิศทางการพัฒนารัฐบาลดิจิตัลของประเทศไทยในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data)และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

               5.2 การพัฒนาระบบสารสนเทศของกรมคุมประพฤติ กรมคุมประพฤติจะใช้ข้อมูลในระบบสารสนเทศของกรมคุมประพฤติในการบริหารจัดการในทุกเรื่อง ดังนั้นผู้บริหารและผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องนำเข้าข้อมูลเข้าในระบบให้ครบถ้วนถูกต้องเป็นปัจจุบัน ตามช่วงเวลาที่กำหนด

               5.3 พัฒนาระบบการให้บริการประชาชนโดยใช้เทคโนโลยี กรมคุมประพฤติต้องพัฒนาการให้บริการประชาชนผ่านอินเตอร์เน็ต หรือแอปพลิเคชัน ให้ประชาชนสามารถรับบริการได้อย่างรวดเร็วและทั่งถึง และลดภาระประชาชนในการเข้าถึงบริการ โดยผู้บริหารและบุคลากรต้องให้ความสำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ

 

               5.4 นำเทคโนโลยีสนับสนุนการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด ผู้บริหารและบุคลากรต้องเตรียมความพร้อมในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานคุมประพฤติ อาทิ เครื่องมือติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ 

 

..............................................................................